วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

7 ขั้นตอนการทำผลงานวิชาการเพื่อขอมีหรือขอเลื่อนวิทยฐานะ คศ.3 เกณฑ์ใหม่

ก่อนอื่นเลยเด็กหญิงใจดีต้องกล่าวสวัสดีเพื่อนสมาชิกและครูผู้สนใจทุกท่านค่ะ  


ตอนแรกไม่คิดว่าจะเขียนบทความนี้  เพราะคิดว่าการเตรียมความพร้อมเรื่องนี้มีข้อมูลให้ศึกษามากมาย  ทั้งจากการสอบถามจากบุคคล  หรือหาข้อมูลทางเวปไซต์  แต่ก็มีครูมากมายหลายท่านเลย  ที่ไม่เคยทราบวิธีการทำผลงานวิชาการเพื่อขอรับการประเมินเลื่อนวิทยาฐานะ คศ.3  หรือบางท่านอาจจะยังไม่เข้าใจและเป็นกังวล  เรื่องนี้ทำความเข้าใจไม่ยากเลยค่ะ  ถ้าอย่างนั้นเรามาเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับการประเมินเลื่อนวิทยฐานะเกณฑ์ใหม่ด้วยวิธีการพอสังเขปก่อนนะคะ 

ขั้นที่ 1  เราควรพิจารณาตนเองก่อน  นั่นคือ  ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเราได้รับภาระการสอนในกลุ่มสาระใด  ตรงกับวิชาเอกของเราหรือไม่  ถ้าเป็นเกณฑ์เก่า  ผู้ตรวจมักอ้างว่าขอชำนาญการไม่ตรงกับวิชาเอกที่เรียนมา  แต่พอเป็นเกณฑ์ใหม่เราไม่ต้องกังวล  เนื่องจากหลักเกณฑ์การตรวจเขาเข้ามาตรวจที่โรงเรียน  ดังนั้นให้เลือกทำผลงานฯ ในสาระที่เรารับผิดชอบและมีความถนัด  และนำผลงานฯ นั้นไปใช้สอนนักเรียนได้จริง

ขั้นที่ 2  เราควรพิจารณาเลือกหัวข้อที่จะทำผลงาน  หรือจะเรียกอีกอย่างว่า ชื่องานวิจัยนั่นแหละค่ะ  เพราะมันมีความสำคัญในการเป็น key word ของงานวิจัยอย่างมาก  แต่ตอนแรกไม่ต้องไปกังวลกับชื่อมาก  เพราะสามารถปรับแต่งให้สวยแค่ไหนก็ได้ตามใจเรา  แต่ให้นึกถึงหลักสำคัญคือ key word ที่เราจะทำงาน  โดยเราควรวิเคราะห์จากปัญหาที่พบในชั้นเรียน  ลองดูสิว่า  คะแนนในหน่วยใดที่นักเรียนทำได้น้อยมากกว่าหน่วยอื่นๆ  ถ้าคนที่เคยเห็นหรือเคยชินกับการทำผลงานฯ สมัยก่อนที่เน้นการทำแผนการจัดการเรียนรู้นั้น  ให้พักไว้ก่อนเลยนะคะ  เพราะว่าหลักในการทำวิจัยนั้น  เราควรมองถึงหน่วยย่อยหรือจุดเล็กๆ แล้วนำมาขยายเป็นจุดใหญ่เพื่อโฟกัสเป็นงานวิจัยค่ะ  เพื่อที่จะให้ผลของงานสัมฤทธิ์ผลกับเด็กจริง  เราจึงค่อยสร้างให้เขาจากจุดเล็กๆ ค่ะ  ถ้าคุณครูนำไปใช้จริงผลเกิดกับเด็กนักเรียนแน่นอนค่ะ  เช่น  ถ้าเราสอนสาระภาษาไทย  ชั้นป.1  นักเรียนของเรามีความเข้าใจหรือทำแบบฝึกหรือข้อสอบในเรื่องสระลดรูปได้น้อยมาก  เราก็ควรเลือกสระลดรูปมาทำการวิจัยค่ะ

ขั้นที่ 3  หลังจากที่เราได้หัวข้อในการทำแล้ว  เราควรศึกษาข้อมูลจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นว่า  ถ้าเราจะทำเรื่องนี้  เราควรพัฒนานวัตกรรมใดมาใช้เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนานักเรียนของเราให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น  อาทิ  แบบฝึกทักษะ  บทเรียนสำเร็จรูปประกอบภาพการ์ตูน  ชุดกิจกรรมการเรียนรู้  ชุดการสอน  ชุดสื่อประสม  บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  หนังสือเล่มใหญ่  หนังสืออ่านเพิ่มเติม  นิทาน  โปรแกรมการสอน  เช่น  เราจะทำเรื่องสระลดรูป  เราก็ควรศึกษางานวิจัยของผู้ที่เขาเคยทำเรื่องนี้  เพื่อดูความเป็นไปได้ในการพัฒนานวัตกรรมที่นำมาใช้กับนักเรียนของเราให้เหมาะสมกับตัวนักเรียน  เหมาะสมกับบริบทของสภาพแวดล้อม  ความพร้อมของครู  นักเรียน  และโรงเรียน  เป็นต้น  เมื่อเราเลือกได้แล้วว่าเราจะทำนวัตกรรมนั้นๆ เราึจึงกำหนดชื่อเรื่องที่ต้องการทำแน่นอน  เช่น  การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้  เรื่อง  สระลดรูป  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (ส่วนความสละสลวยหรือตั้งชื่อให้เก๋ไก๋น่าสนใจเราค่อยมาเปลี่ยนทีหลังก็ได้ค่ะ  แต่หลักสำคัญต้องคงไว้นะคะ)  ส่วนท่านใดมีความประสงค์ที่จะใช้เทคนิคการสอนอื่นๆ มาเพิ่มเติมให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ยิ่งขึ้น  ก็สามารถใส่เข้าไปได้ตามความประสงค์  เช่น  การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้  เรื่อง  สระลดรูป  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ  เป็นต้น

          ขั้นที่ 3.1 เมื่อเราได้ชื่อเรื่องหรือกำหนด key word ในการทำวิจัยได้แล้ว  ถ้าครูท่านใดยังไม่เคยผ่านการอบรมเพื่อขอรับการประเมินวิทยฐานะ  ท่านควรติดต่อไปทางเขตพื้นที่การศึกษาฯ ที่ท่านสังกัดอยู่  เพื่อสอบถามถึงการขอเข้ารับการอบรมให้เรียบร้อย (ซึ่งมีการเสียค่าธรรมการอบรม)  ในระหว่างการอบรมจะมีวิทยากรและพี่เลี้ยงคอยช่วยดูงานของเรา  ท่านสามารถนำเรื่องที่ท่านสนใจทำไปปรึกษาเพื่อคำแนะนำเพิ่มเติม  และแนวทางการจัดทำผลงานฯ ได้

          ขั้นที่ 3.2 ในระหว่างที่เราทำการอบรมอยู่นั้น  เราควรมองหาผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3-5 ท่าน  เพื่อให้ท่านเป็นที่ปรึกษาในการทำผลงานวิชาการของเรา  พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลลงลึกเกี่ยวกับงานวิจัยและแนวทางที่เกี่ยวข้องในการทำผลงานของเรา  เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำผลงาน

          ขั้นที่ 3.3 เตรียมความพร้อมและลงมือทำนวัตกรรม  เราควรศึกษาหลักสูตรและตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนที่เราต้องการแก้ปัญหาหรือพัฒนานักเรียน  เพื่อทำตารางวิเคราะห์และออกแบบนวัตกรรม  โดยกำหนดเนื้อหาและประสบการณ์การสอน  กำหนดหน่วยการสอน  กำหนดสาระการเรียนรู้  และกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้  หลังจากนั้นดำเนินการสร้างนวัตกรรม  แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

          ขั้นที่ 3.4 เมื่อทำนวัตกรรมและแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเสร็จแล้ว  หรือขณะทำเราควรนำไปปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของเราเป็นระยะว่าเป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้องหรือไม่  เพื่อให้เสียเวลาในการต้องมาแก้ไขงานในภายหลัง  ขณะที่เราทำนวัตกรรมแต่ละชุด  เราควรทำควบคู่ไปกับแผนการจัดการเรียนรู้  เพื่อให้มีความสอดคล้องกัน  หลังจากเราทำนวัตกรรมเสร็จแล้ว  เราจึงรวบรวมแผนทำคู่มือการใช้ฯ ขึ้น  จากนี้งานประเมินด้าน 3 ก็เสร็จไป 2 อย่างแล้ว

          ขั้นที่ 3.5 การทดลองใช้นวัตกรรม  โดยทำการติดต่อโรงเรียนใกล้เคียงที่มีบริบทใกล้เคียงกับโรงเรียนเราเพื่อขอนำนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้  ตามหลักการทดลองหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม  (ตอนนี้ถ้าครูท่านใดยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลแล้วมาอ่านอาจจะงงไปบ้าง  เมื่อท่านเข้าไปศึกษาแล้วจะเข้าใจมากขึ้น  เอาโอกาสหน้าจะมาอธิบายถึงขั้นตอนการทดลองหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมเพิ่มเติมนะคะ)  ในการทดลองแต่ละขั้น  เมื่อมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง  เราจะนำผลนั้นมาพิจารณาและมาปรับปรุงผลงานของเราให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น  หลังจากนั้นนำมาใช้จริงกับนักเรียนของเราค่ะ  เก็บผลการทดลองตามจริง  เพื่อนำมาใช้ในการเขียนรายงานผลฯ

          ขั้นที่ 3.6 การเขียนรายงานผลฯ  พอมาถึงขั้นนี้แล้ว  แทบจะเป็นขั้นตอนเกือบสุดท้ายแล้วนะคะ  ให้ดำเนินการเขียนตามหลักของการเขียนวิทยานิพนธ์ของมหาลัยใดมหาลัยหนึ่ง  ให้ยึดแบบฟอร์มของที่นั่นเลยค่ะ  ผู้ตรวจเขาเข้าใจค่ะ  หรือถ้าพอทราบว่า เขตตนเอง  ผู้ตรวจเป็นใครหรือถนัดการเขียนรายงานที่ไหนเราก็ใช้แบบฟอร์มการเขียนของที่นั่นเลยค่ะ  แต่ส่วนใหญ่การเขียนตามแบบฟอร์มราชภัฏจะเป็นการเขียนแบบกลางๆ ไม่ได้มีเอกลักษณ์การเขียนเหมือนกับมหาวิทยาลัยดังๆ เท่าไรนักค่ะ  (คราวหน้าจะเขียนรายละเอียดและตัวอย่างการเขียนรายงานผลฯ ให้อีกทีนะคะ  ติดไว้ 2 เรื่องแ้ล้วนะเนี่ย!!!)

ขั้นที่ 4  เมื่อเราเตรียมความพร้อมทำผลงานวิชาการฯ ไว้พร้อมสรรพแล้ว  ตอนนี้เรามาสู่ขั้นตอนการยื่นขอรับการประเมินวิทยฐานะกันนะคะ  พอเราอบรมเสร็จแล้วได้รับใบประกาศฯ แล้ว  เราจะยื่นขอรับการประเมินฯ กับเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดอยู่  โดยจะมีการประเมินทั้ง 3 ด้าน  คือ  การประเมินด้านที่ 1  เป็นการประเมินด้านวินัย  คุณธรรม  จริยธรรม  และจรรยาบรรณวิชาชีพ  การประเมินด้านที่ 2  ด้านความรู้ความสามารถ  ในการประเมิน 2 ด้านนี้  ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาค่ะ  โดยเขียนแบบรายงาน ก.ค.ศ. 1/1, ก.ค.ศ. 2  และส่งรายงานพร้อมกับรอตรวจ  ซึ่งคณะกรรมการชุดที่ 1 จำนวน 3 ท่าน จะทำหน้าที่ประเมินด้าน 1 และ 2  ซึ่งจะเป็นคนละชุดกับผู้ประเมินด้าน 3 ค่ะ  โดยการประเมินด้าน 1 และ 2 จะทำการประเมินให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน  เมื่อผ่านแล้วเราจะส่งประเมินด้าน 3 โดยมีหลักเกณฑ์ในการขอรับการประเมินยื่นคำขอได้ตลอดปี  รอบปีละ 1 ครั้ง  โดยส่งคำขอพร้อมทั้งผลการปฏิบัติงาน (ด้านที่ 3)  จำนวน 4 ชุด


ขั้นที่ 5  ในระหว่างนี้  เราควรเขียน ก.ค.ศ.3/1  ซึ่งในการเขียนส่วนนี้มีคะแนนถึง 60 คะแนน ส่วนผลงานนวัตกรรมนั้นมีคะแนน 40 คะแนน  เพราะฉะนั้นการเขียน ก.ค.ศ.3/1 จึงมีความสำคัญมากทีเดียว  ต้องเขียนให้รอบคอบ  รัดกุม  ไม่เยิ่นเย้อ  และเว่อร์จนเกินเหตุ  และเขียนให้สอดคล้องกับการทำงานจริงๆ ของเราให้มากที่สุด  เพราะเวลาที่คณะกรรมการมาตรวจที่โรงเรียนจะให้ผลประกอบกัน

ขั้นที่ 6  เมื่อเราเตรียมความพร้อมทุกอย่างในการประเมินด้าน 3 เรียบร้อยแล้ว  เราจึงส่งผลงานฯ เพื่อขอรับการประเมิน  รอผลการประเมินจากคณะกรรมการ

ขั้นที่ 7  ประกาศผล  ซึ่งผลการผ่านเกณฑ์การประเมิน  ผู้รับการประเมินจะต้องได้รับการพิจารณาเห็นสมควรจากคณะกรรมการ 2 ใน 3 ท่าน  จึงจะผ่าน  โดยอาจจะผ่านการประเมินเลย  หรือผ่านแบบปรับปรุงก็ได้  

          ทั้งนี้  ปัจจุบันมีการไหลของเงินเดือนตามขั้นแล้ว  ดังนั้น การทำผลงานวิชาการ  ครูผู้สอนสนใจจะทำหรือเปล่าต้องขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของท่านค่ะ  เพราะถึงจะประเมินได้ว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม  เนื่องจากการศึกษาหรือการทำผลงานฯ คือการลงทุน  ถ้าเรียนแล้วหรือทำผลงานฯ แล้วเกิดประโยชน์สูงสุด  เิกิดคุณค่าต่อจิตใจ  มีผลดีต่อนักเรียนและเศรษฐกิจของครูผู้ทำ  ถ้าอย่างนั้นแล้วก็ควรทำค่ะ  แต่ถ้าเรียนแล้วหรือทำผลงานฯ แล้วไม่เกิดประโยชน์สูงสุด  ไม่เิกิดคุณค่าต่อจิตใจ  ไม่เกิดผลดีต่อนักเรียน  และไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของครูผู้ทำ  ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรทำค่ะ


          สุดท้ายนี้ ขอให้ครูผู้สนใจทำผลงานฯ  ประสบความสำเร็จดังที่มุ่งหวังไว้ทุกประการนะคะ

          และหากต้องการปรึกษาการทำผลงานฯ เพิ่มเติม  สอบถามไปที่คุณอัญชลี โทร. 08 6902 6686  หรือติดต่อทางอีเมล easyeasythesis@gmail.com  หรือทางเฟสบุ๊ค คลินิคการทำผลงานวิชาการ  หรือติดต่อผ่านเวป  plazathai.com

14 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณครับ มีประโยชน์มากๆ ครับ

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณคะสำหรับคำแนะนำ

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณมากค่ะ ที่ทำให้ได้คำตอบจากข้อสงสัยค่ะ ^-^

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณมากค่ะ จะได้นำความรู้ที่ได้รับไปเตรียมการค่ะ

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณมาก ๆ ครับ มีประโยชน์มากมาย จะนำไปประยุกต์ใช้ หากได้ผลจะเป็นคนหนึ่งที่ช่วยสานต่อความตั้งใจดีๆ ต่อไป

    ตอบลบ
  6. ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วเข้าใจในวิธีการทำผลงาน

    ตอบลบ
  7. ขอบคุณมากคะ สำหรับความรุ้ก่อนเตรียมทำคศ.3

    ตอบลบ
  8. ขอบคุณมากๆค่ะ

    ตอบลบ
  9. ขอคุณมากคะ กำลังจะเริ่มทำคะ

    ตอบลบ
  10. ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ ดำเนินการทำอยู่ครับ และมีเรื่องราวจะปรึกษาครับ

    ตอบลบ
  11. รับปรึกษา. งานค.ศ.3 ทุกรายวิชาครับ ท่านไดต้องการ ทางลัด มีไฟล์งานให้ครับ ไอดีไลน์ anawin.net

    ตอบลบ